Siamese Gamefowl Society
พฤศจิกายน 01, 2014, 03:03:58 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความหมายที่แตกต่างแต่ไม่แตกแยก  (อ่าน 1358 ครั้ง)
ต้นคุง ไก่อดทน
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ นะ โม พุ ธา ย
Global Moderator
Hero Member
*****
กระทู้: 3165


"Imagination is more important than knowledge."


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 09:54:25 am »

๕๕๕๕สงกะสัยคงต้องใช้คำว่า"พัฒนา"ไม่ได้อีกแล้วละต้องเปลี่ยนมาเป็น"บรีดเดอร์ส"  ในโลกนี้เต็มไปด้วยข้อโต้แย้ง จึงไม่มีอะไรพอเหมาะสำหรับเราไปทั้งหมด บางครั้งเราไม่อาจบอกได้ว่าสิ่งใดถูกหรือสิ่งใดผิดอย่างแท้จริง ถูกทางนี้แต่อาจผิดทางโน้น!!!!หมายความว่าตราบใดที่เรายังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ เราทำถูก แต่เมื่อใดย้ายไปอยู่อีกสถานที่หนึ่งแม้จะเป็นเรื่องเดี่ยวกัน กลับกลายเป็นการทำผิดอย่างมหันต์
พี่ๆเพื่อนๆที่รักทุกท่านล่ะครับ คิดว่าบรีดเดอร์สนน่าจะหมายถึง บุคคลลักษณะแบบไหนกันบ้าง ลองๆ มาออกความคิดเห็นที่แตกต่างกันดูบ้าง  แต่ว่าเราไม่ได้แตกแยกนะจะบอกให้อิอิ
บันทึกการเข้า

บางครั้งก็เฝ้าแต่ถาม จะมีใครบ้างไหหมสักคนบนโลกใบนี้ คิด อ่าน เขียน และ พูดเหมือนตัวเรา หรือตัวเราจะเป็นแค่คนเดียวที่ พูด เขียน อ่านและคิดอยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบนี้ จะมีบ้างไหมหนอสักคนที่จะคิดตรงกับเรา.....ต้นคุง
ซุ้มกรุงศรี by bundit
Hero Member
*****
กระทู้: 1158


ไก่ชนไทย มรดกไทย มรดกโลก ต้องอนุรักษ์


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 10:08:32 am »

การพัฒนาพันธุ์ คือทำของที่มีอยู่ให้ดีขึ้น เช่น การพัฒนาไก่ชนไทยที่เราทำกันอยู่ จะไม่มีการผสมข้ามสายพันธุ์

การปรับปรุงพันธุ์ นำข้อดีของแต่ละสายพันธุ์มารวมกัน เกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ แล้วทำให้ลงเหล่าเลือดนิ่ง
บันทึกการเข้า

ไก่ชนไทย มรดกไทย มรดกโลก ต้องอนุรักษ์
พระลอ Pralor
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 6459



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 10:09:08 am »

คัดเอาข้อเขียนของคนอื่นมาลงให้ดู ไม่อยากเอาความคิดของตนเป็นใหญ่เดี๋ยวว่าเป็นเจ้าลัทธิ อิอิ อ่านกันดูถูกผิดคิดกันเอง

การอนุรักษ์ควรควบคู่ไปกับการพัฒนา
 
แบ่งปัน การอนุรักษ์ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชนชาติตนเอง  นับว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่ก็ไม่ควร เน้นแต่การอนุรักษ์ จนไม่พยายามพัฒนาปรับปรุงหรือสร้างเสริมใหม่ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม  งบประมาณโครงการต่างๆ ของส่วนราชการ ส่วนใหญ่จะทุ่มเทลงไปด้านการอนุรักษ์ฯ  แม้แต่ในแวดวงการศึกษาเองก็ตาม ก็มักจะเน้นให้เด็กนักเรียนต้องอนุรักษ์เอาไว้ จนลืมที่จะเน้นให้มีการปรับปรุงและพัฒนาควบคู่กันไป ให้ทันยุคทันสมัย จะได้ไม่สูญหายไปจากสังคมไทย เหมือนกับประเพณีหลายอย่าง ก็ได้สูญหายไปแล้ว  


ลองสังเกตุดูในปัจจุบัน ใครๆ ก็อยากแต่จะสร้าง ตลาดเก่า ตลาดน้ำ ตลาดโบราณ กาแฟโบราณ วิถีชีวิตโบราณ การแสดงโบราณ การละเล่นโบราณ รื้อฟื้นประเพณีเก่าๆ ของคนโบราณ มาสร้างจัดฉาก แล้วขายให้นักท่องเที่ยวได้ชม  แล้วบอกว่า เพื่อเป็นการอนุรักษ์ฯ  หรือบางทีก็เติมคำว่า ฟื้นฟู ลงไปด้วย บางแห่งที่จะสร้างนั้น ไม่มีอะไรโบราณเลย สร้างขึ้นมาใหม่แทบทั้งสิ้น

คนไทยไม่มีนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ มาขายแล้วหรือ  จึงต้องขุดเอาของเก่า ของโบราณ มาขาย ในมุมมองส่วนตัวแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก  เพียงแต่การนำของเก่า ของโบราณมาขาย ก็น่าจะมีการพัฒนาปรับปรุงของเก่า ของโบราณเหล่านั้น ให้กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ควบคู่กันไปด้วย

เราอย่านึกว่าของเก่า ของโบราณจะไม่มีวันสูญหายจากเราไป ลองดูการต่อสู่้วัวกระทิงในสเปนเป็นตัวอย่าง  คนสเปนออกมาช่วยกันรณรงค์ให้รัฐออกกฏหมายเลิกการต่อสู้นี้เสีย ทั้งๆที่เป็นประเพณีที่ต่อเนื่องสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน และยังเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกด้วย ทำไม ? ชาวสเปนจึงไม่อนุรักษ์ไว้

หากเราพยายามพาคนของเราไปในอดีตเรื่อยๆ เขาก็จะไม่คิดถึงการสร้างในอนาคต

ทำไม ?

ทำไม? เราต้องขี่มอเตอร์ไซต์ที่ทำจากประเทศญี่ปุ่น
ทำไม? เราต้องขับรถยนต์ยี่ห้อที่ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ
ทำไม? เราต้องซื้อทีวี โทรศัพท์มือถือของเกาหลี
ทำไม? เราผลิตคอมพิวเตอร์เองไม่ได้
ทำไม? เราต้องไปซื้อของที่เทสโก้โลตัส แทนที่จะซื้อที่ร้านค้าใกล้บ้าน
ทำไม? โรงแรม รีสอร์ท ในประเทศไทยที่เรานอน จึงมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ

ตอบ :  เหตุผลอย่างเดียวคือ เขามีการพัฒนาปรับปรุงนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ คนเหล่านี้ "คิดเป็น ทำเป็น พัฒนาได้ และขายเป็น"

น่าสงสาร !
น่าสงสาร! ที่ผู้สูงอายุต้องขึ้นเวทีมาแสดงการละเล่นพื้นบ้าน โดยไม่มีคนดู
น่าสงสาร! ที่ผู้สูงอายุต้องแต่งกายตามประเพณีและเผ่าพันธ์ของตน ออกมาร่วมขบวนแห่เดินไปตามท้องถนนในหน้าเทศกาล แต่ลูกหลานกลับไม่สนใจที่จะสวมใส่มัน
น่าสงสาร! ที่ผู้สูงอายุที่ต้องออกมาสาธิตการทอผ้าให้ดู แต่คนกลับแห่ไปซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปยี่ห้อดังมาใส่
น่าสงสาร! ที่ผู้สูงอายุมาแสดงการทำอาหาร ทำขนมโบราณให้ดู แต่น้องหนูกลับไปซื้อไก่ KFC มากินแทน
น่าสงสาร! ที่วัดมีแต่คนแก่ๆ ฟังเทศน์ ทำบุญ แต่เด็กๆ กลับไปอยู่ร้านเกมส์และโรงหนัง
น่าสงสาร! ที่ลิเก ละครชาตรี และหนังตะลุง ไม่มีคนจะดู
น่าสงสาร! ที่รำวงย้อนยุคมีแต่คนแก่ๆ มาเต้นกัน
น่าสงสาร! ที่เด็กๆ ถูกบังคับให้แสดงการรำพื้นบ้าน โดยผู้ใหญ่บอกว่าเป็นการสืบสานประเพณี แต่พอแสดงจบ เด็กๆ ก็รีบไปเปิด MV จาก IPOD
น่าสงสาร! ที่เราพยายามรณรงค์ให้ทุกคนแต่งกายตามประเพณีไทย  แต่ไฉนวัยรุ่นจึงเลือกที่จะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น กันหมด
ตอบ : เพราะเราตั้งหน้าตั้งตาแต่จะอนุรักษ์อย่างเดียว ไม่พยายามที่จะพัฒนาปรับปรุงให้เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ทันต่อโลกและยุคสมัย  


ผมรู้สึกว่าที่ผ่านมา "เรามักจะเน้นการอนุรักษ์ แต่ไม่เน้นการพัฒนาควบคู่กันไปด้วย" ตัวอย่างเช่น ลิเก ละครชาตรี หนังตะลุง ตอนนี้แทบจะสูญพันธ์ไปจากประเทศไทยแล้ว  เพราะแสดงแล้วไม่มีคนดู    

คำถามก็คือ แล้วทำอย่างไร ถึงจะให้คนหันมาชอบดูลิเก ละครชาตรี และหนังตะลุง
คำตอบ ก็คือ เราต้องพัฒนาการแสดงของลิเก ละครชาตรี และหนังตะลุง ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ด้วย
  
ดังนั้น การสร้างให้คนไทยรู้จัก "คิดเป็น ทำเป็น พัฒนาได้ และขายเป็น"  เป็นเรื่องที่สำคัญ  เน้นว่าต้องมีคำว่า "ขายเป็น" ด้วยนะ ลองดูตัวอย่างสินค้า OTOP คนไทยเก่งมาก คิดเป็น ทำเป็น พัฒนาได้  แต่ขายไม่เป็น

หากเราไม่ช่วยกันสร้างแล้ว คนไทยก็จะ "คิดไม่เป็น ทำไม่เป็น พัฒนาไม่ได้ ซื้อเป็นอย่างเดียว"  

เขียนโดย ชาติชาย คเชนชล 31 ก.ค.2553
บันทึกการเข้า

รอยรูปอินทรหยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม
พระลอ Pralor
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 6459



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 10:17:39 am »

อ่านแล้วนำมาปรับคิดกับการพัฒนาไก่ชนไทยในแง่คิดถึงชาวบ้านผู้เลี้ยงไก่ชนซึ่งส่วนใหญ่มิได้เป็นผู้มีรายได้มากนัก

ที่ยืนของคนจนในการอนุรักษ์-พัฒนา
นิธิ เอียวศรีวงศ์  มติชนรายสัปดาห์  วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 28 ฉบับที่ 1459

ผมได้สัมผัสโลกทรรศน์ของนักอนุรักษ์จากคนเป็นครั้งแรกเมื่อเพื่อนคนหนึ่ง ไปจบปริญญาโทจากอเมริกากลับมา เธอตำหนิผมเรื่องใช้น้ำไฟเปลือง เป็นการเร่งทำลายความสมดุลในระบบนิเวศน์โดยใช่เหตุ

ผมรู้จักความคิดอย่างนี้แล้วจากการอ่านหนังสือ และในอารมณ์ที่แอนตี้อเมริกา ผมผลักไสความคิดของเพื่อนด้วยสีหน้า และคำพูดว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นของฟุ่มเฟือยสำหรับคนรวยเช่นอเมริกัน พวกเขาห่วงไยว่า จะไม่เหลือทรัพยากรในโลกให้เขาไปตักตวงได้ล่ะสิ และก่อนที่เขาจะรวยได้เท่าทุกวันนี้ เขาก็ได้ทำลายสมดุลของธรรมชาติมาเสียไม่รู้จะเท่าไรแล้ว

แน่นอน เธอคัดค้านผมสุดลิ่มทิ่มประตู และเตือนผมให้สำนึกว่า เมื่อพูดถึงความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม เราไม่อาจใช้เส้นเขตแดนของรัฐชาติหรือชนชั้นมาเป็นกรอบได้ เพราะดินน้ำลมไฟทำงานของมันโดยไม่เคยคำนึงถึงเส้นเขตแดนเลย

ความเขลาและความดื้อของผมก็ยังทำให้ยึดมั่นกับความเห็นของตนต่อมาอีกนาน กว่าจะมีความรู้มากขึ้น จนกลับไปเห็นด้วยกับความเห็นของเพื่อน (และ...แหะๆ...ปฏิเสธไม่ได้ว่า ก็มีฐานะเศรษฐกิจดีขึ้นกว่าเมื่อตอนเถียงกับเพื่อนด้วย เพราะทำงานนานขึ้น เงินเดือนก็เพิ่มขึ้นบ้าง)

น่าประหลาดที่ว่า ข้อถกเถียงของผมในครั้งนั้น ยังถูกใช้สืบมาในโลกอีกนาน โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ซึ่งยืนยันในสิทธิที่จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งรัดการพัฒนาของตนให้ทัดเทียมกับโลกตะวันตก

ใช่แต่เพียงเท่านั้น แม้ในหมู่นักอนุรักษ์ด้วยกันเอง จำนวนไม่น้อยก็ยอมรับว่า ตราบเท่าที่ประชาชนในพื้นที่ อนุรักษ์ยังยากจนข้นแค้น กระทั่งจะหาอาหารใส่ปากก็ยากเย็นแสนเข็ญ จะให้เขาร่วมมือกับนักอนุรักษ์ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะในทัศนะของเขา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นความฟุ่มเฟือยอย่างหนึ่งเท่านั้น

เช่นชนเผ่าจำนวนมากในแอฟริกา ซึ่งเคยดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์ แต่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าผืนมหึมาทำให้แทบไม่เหลืออะไรในท้องของเขาเลย รวมทั้งรายได้จากการท่องเที่ยวก็ไม่ตกถึงมือของเขาด้วย

ในทัศนะของนักอนุรักษ์กลุ่มนี้ การอนุรักษ์และความยากจนจึงกลายเป็นขั้วตรงข้ามที่ไม่มีทางจะลงรอยกันได้ จนกว่าจะสามารถขจัดความยากจนไปให้ได้เสียก่อน

ข้อถกเถียงตรงนี้ไม่หยาบเท่าข้อถกเถียงของผมกับเพื่อนเมื่อหลายสิบปีก่อนก็จริง แต่ปฏิเสธไปโดยสิ้นเชิงไม่ได้เหมือนกัน

เพราะแนวทางการอนุรักษ์นั้นล้วนเป็นการวางแผนมาจากชาวตะวันตกทั้งนั้น โดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม และส่วนใหญ่แล้ว ก็วางแผนกันโดยไม่ได้ศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่พึ่งพิงอาศัยสิ่งแวดล้อมที่ต้องการอนุรักษ์จริง นอกจากเรียกร้องให้มีส่วนร่วมด้วยความร่วมมือกับแนวทางที่ขัดกับชีวิตของเขาเท่านั้น

ที่จริงแล้ว หากทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิม ชาวบ้านก็เป็นส่วนหนึ่งของสายไยที่ถักทอขึ้นเป็นระบบนิเวศน์ของพื้นที่อนุรักษ์นั้น เช่นชนเผ่าในแอฟริกาล่าสัตว์เพื่อยังชีพมาไม่รู้จะกี่ศตวรรษแล้ว ระบบนิเวศน์ก็ยังมั่นคงแข็งแรงดีโดยไม่ต้องมีแผนอนุรักษ์ใดๆ เลย

แต่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่ทำให้มีคนจากภายนอก แม้แต่ที่ห่างไกลลิบลับ เข้ามาแย่งใช้ผลผลิต จากพื้นที่อนุรักษ์ร่วมกับชาวบ้าน (เช่น พรานเถื่อน,นักท่องเที่ยว, รัฐบาลกลาง และเขื่อนไฟฟ้า, ฯลฯ) จึงทำให้เกิดความจำเป็นจะต้องมีแผนอนุรักษ์พื้นที่

แผนอนุรักษ์นี่แหละครับที่มีปัญหา เพราะไม่ได้รวมวิถีชีวิตของชาวบ้านไว้ในแผนนี้ด้วย คนกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมในระบบนิเวศน์

ความยากจนของผู้คนซึ่งเกิดจากแผนอนุรักษ์นี้เองกลับเป็นอุปสรรคแก่การอนุรักษ์ จึงจำเป็นต้องกลับไปแก้ไขปัญหาความยากจน แต่ก็เหลือหนทางที่จะแก้ไขความยากจนของชาวบ้านได้วิธีเดียว คือต้องเปลี่ยนชาวบ้านในวิถีชีวิตชนเผ่าให้กลายเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม, เกษตรกรเชิงพานิชย์, หรือกลายเป็นคนชั้นกลางซึ่งหากินกับวิชาชีพ

ทำจริงได้ง่ายหรือครับ ในที่สุดก็เหลือแต่การกระทำเป็นสัญลักษณ์ เช่น ตั้งโรงเรียนไว้ที่ยอดเขา

ในขณะที่การขจัดหรือบรรเทาความยากจนทำได้ง่ายกว่า เพียงแต่ประเทศตะวันตกเลิกให้เงินอุดหนุนเกษตรกรของตน แล้วเปิดตลาดให้ประชาชนในแอฟริกาได้ผลิตอาหารในราคาที่คุ้มการลงทุนไปขายบ้าง ก็จะมีคนที่ใช้ทรัพยากรในพื้นที่อนุรักษ์น้อยลงอย่างแน่นอน

การอนุรักษ์และความยากจนจึงกลายเป็นขั้วตรงข้าม เพราะแนวทางการอนุรักษ์อย่างนี้นี่เองที่เป็นผู้ผลิตความยากจนขึ้นมา

ขั้วขัดแย้งทำนองเดียวกันนี้ที่ปรากฏในเมืองไทยคือการอนุรักษ์กับการพัฒนา เหมือนกับเลือกอย่างหนึ่งก็ไม่มีที่เหลือให้อีกอย่างหนึ่งเลย

แต่ความจริงแล้ว ปัญหาอยู่ที่ว่า การพัฒนานั้นจะใช้แนวทางอะไรต่างหาก การพัฒนาที่ยั่งยืนจะเป็นไปได้ ก็อยู่ที่ต้องให้ความเคารพต่อความมั่นคงของระบบนิเวศน์ โดยถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างในระบบนิเวศน์นั้น (หนอน, ภูเขา, คน, ฯลฯ) ต้องมีที่ยืนของตนสืบต่อไปในความเปลี่ยนแปลงที่การพัฒนานำมานั้นได้

ตรงกันข้าม หากแนวทางการพัฒนาคือการตักตวงใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศน์ เพื่อตอบสนองคนเพียงบางกลุ่ม หรือมีเป้าหมายแคบๆ เพียงสร้างแหล่งพลังงานราคาถูก, นิคมอุตสาหกรรมที่ไม่ใส่ใจต่อคุณภาพของสิ่งแวดล้อม, สนามบินนานาชาติ, ฯลฯ เท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงคนกลุ่มอื่นหรือชีวิตและสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศน์เลย การพัฒนาย่อมเป็นขั้วตรงข้ามกับการอนุรักษ์อย่างแน่นอน และแนวทางการพัฒนาแบบนี้แหละ ที่ครอบงำการพัฒนาในเมืองไทย

ที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งในเมืองไทยก็คือ ในขณะที่ในแอฟริกา คนจนไม่ใส่ใจหรือไม่สนับสนุนการอนุรักษ์ ที่องค์กรนานาชาติของฝรั่งวางไว้ให้ คนจนในเมืองไทยกลับเป็นหัวหอกสำคัญของการอนุรักษ์ ต่อสู้กับฝ่ายทุนซึ่งพยายามจะทำลายความสมดุลในธรรมชาติเพื่อทำกำไร

คนจนอยากรักษาทะเลที่อุดมสมบูรณ์, แก่งในแม่น้ำซึ่งเป็นที่วางไข่ของปลา, อากาศบริสุทธิ์ที่รักษาพืชพันธุ์และนกเงือกเอาไว้, หรือแหล่งปลาทูที่อาจเป็นอันตรายจากโรงถลุงเหล็ก ฯลฯ ขบวนการของคนจนหลายแห่งเรียกตัวเองว่ากลุ่มอนุรักษ์ด้วยซ้ำ

คนเรา ไม่ว่ารวยหรือจน ต่างต้องพึ่งพาอาศัยทรัพยากรในความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทั้งนั้น ต่างกันแต่เพียงว่าคนรวยไม่ได้พึ่งพาโดยตรง เช่น ตู้เย็นหนึ่งใบนั้น ใช้ทรัพยากรจากไหนต่อไหนเยอะแยะไปหมด ห่างไกลจากผู้ใช้เสียจนมองไม่เห็น นึกว่าตู้เย็นมาจากเงินในกระเป๋าของตนเท่านั้น ในขณะที่คนจนดึงเอาทรัพยากรมาใช้ค่อนข้างโดยตรง รู้เต็มอกว่าตู้เย็นหนึ่งใบที่ได้มานั้น แลกกับการจับปลา, ปลูกพืช, หาของป่า ฯลฯ กี่วันหรือกี่ตัน

ยิ่งจนมากก็ยิ่งต้องใช้ทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อมโดยตรงมากขึ้นเท่านั้น เช่น จับปลา เก็บเห็ดได้ก็กินเลย เป็นต้น

จึงไม่แปลกอะไรที่คนจนมีสำนึกถึงการอนุรักษ์มากกว่าคนชั้นกลางในเมือง หรือคนรวย ชีวิตของคนจนดำเนินอยู่ได้ก็เพราะความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เห็นๆ อยู่ตลอดเวลา

ผมคิดว่าชนเผ่าในแอฟริกาที่ยากจน ก็น่าจะเห็นอย่างเดียวกับคนจนในเมืองไทย นั่นก็คือ ชีวิตของเขาดำรงอยู่ได้ จากการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติรอบตัว และเขาก็ย่อมอยากให้ทรัพยากรที่เขาใช้นั้นมีความยั่งยืนเช่นกัน

ฉะนั้น การอนุรักษ์ก็ตาม การพัฒนาก็ตาม จึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นอริกับคนจนหรือความยากจนเสมอไป

แผนอนุรักษ์หรือแผนพัฒนาพื้นที่ใดก็ตาม จะได้รับความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากคนจน ก็ต่อเมื่อแผนนั้นถูกวางขึ้นโดยคำนึงอย่างรอบด้านว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในระบบนิเวศน์นั้น (ต้องรวมคนด้วย) จะมีที่ยืนอย่างไรต่อไปในการอนุรักษ์หรือการพัฒนา

หากแผนอนุรักษ์เพ่งเล็งแต่จะให้กระทิงอยู่รอดเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงชีวิตอื่นและสิ่งแวดล้อมอื่นว่าจะอยู่รอดได้อย่างไร จะให้คนจนในพื้นที่ร่วมมือสนับสนุนย่อมเป็นไปได้ยาก เช่นเดียวกับแผนพัฒนาที่ไม่คำนึงถึงเห็ด, ปลา, ที่นา, อากาศและน้ำบริสุทธิ์, ซึ่งรองรับวิถีชีวิตของชาวบ้าน เพ่งเล็งแต่จะเอาพลังงานไฟฟ้าหรือแหล่งน้ำจืดมหึมา ไปใช้ในเมืองหรือใช้ในไร่นา ที่มีศักยภาพในการผลิตพืชเชิงเศรษฐกิจได้สูงกว่า จะหวังว่าคนจนในพื้นที่ย่อมสนับสนุนด้วยย่อมเป็นไปไม่ได้
อันที่จริง นอกจากการอนุรักษ์และ/หรือการพัฒนาแล้ว ความยากจนมักถูกวาดภาพให้เป็นอุปสรรคแก่อะไรดีๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกเสมอ ทั้งๆ ที่อะไรดีๆ เหล่านั้นถูกวางแผนมาโดยไม่เคยคำนึงถึงความยากจนและคนยากคนจนเลย
บันทึกการเข้า

รอยรูปอินทรหยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม
พระลอ Pralor
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 6459



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 10:21:31 am »

จะอนุรักษ์ไก่ชนไทยให้ยั่งยืน ชาวบ้านผู้อนุบาลไก่ชนไทยมาแต่ก่อนเก่าต้องมีรายได้มีผลประโยชน์จากการเลี้ยงไก่ด้วย
บันทึกการเข้า

รอยรูปอินทรหยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม
ต้นคุง ไก่อดทน
เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ นะ โม พุ ธา ย
Global Moderator
Hero Member
*****
กระทู้: 3165


"Imagination is more important than knowledge."


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 10:56:46 am »

ในความคิดผมว่า "บรีดเดอร์ส" ต้องสติสตังไม่ค่อยดีด้วยครับ คือหมายความว่า เป็นพวกที่ชอบคิดแวกแนวชอบเพ้อฝันคิดนู้นคิดนี้ไม่เหมือนกับคนอื่น เพื่อที่จะทำอะไรออกมาแปลกๆใหม่ๆ ไม่รู้นะอย่างเช่น ถ้าอยากให้ไก่ชนที่เราบรีด มันแลดูหางยาวมีสีสันที่แปลกตามากขึ้น เราก็ต้องลองผสมข้ามสายพันธุ์กับไก่งวงหรือกับนกยูงเลยดีไหมครับ อิอิอิ
บันทึกการเข้า

บางครั้งก็เฝ้าแต่ถาม จะมีใครบ้างไหหมสักคนบนโลกใบนี้ คิด อ่าน เขียน และ พูดเหมือนตัวเรา หรือตัวเราจะเป็นแค่คนเดียวที่ พูด เขียน อ่านและคิดอยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบนี้ จะมีบ้างไหมหนอสักคนที่จะคิดตรงกับเรา.....ต้นคุง
พระลอ Pralor
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 6459



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 11:03:52 am »

ผสมข้ามพันธุ์ได้นะมีคนทำแต่มันจะเป็นหมัน ความคิดวอกแวก เหวกแนวนั้นพี่เองเป็นมาตั้งแต่เกิด

หลายครั้งความคิดฟุ้งซ่านเพ้อฝันมันก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะหากคนมัวแต่อนุรักษ์ที่จะเดินด้วยขา มันก็คงไม่มีรถ ไม่มีเรือ ไม่มีเครื่องบิน กันหรอก อิอิ ความคิดว่าเราจะวิ่งได้เร็ว เดินบนน้ำ บินในอากาศ ล้วนแต่เป็นความคิดที่คนในอดีตมองว่าสติไม่ดีทั้งนั้น
บันทึกการเข้า

รอยรูปอินทรหยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม
พระลอ Pralor
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 6459



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 11:11:40 am »

ไก่ ผสมกับนกยูง


* peacock-chicken.jpg (22.39 KB, 321x318 - ดู 63 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

รอยรูปอินทรหยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม
ซุ้มกรุงศรี by bundit
Hero Member
*****
กระทู้: 1158


ไก่ชนไทย มรดกไทย มรดกโลก ต้องอนุรักษ์


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2012, 07:48:02 am »

อ่านบทความของพี่พระลอแล้ว เหตุผลน่าฟังแต่จะเหมาะกับการพัฒนาเรื่องวัตถุมากกว่า คงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับสิ่งมีชีวิตหรือศิลปะวัฒนธรรมอันเก่าแก่

การพัฒนาของสิ่งมีชีวิตเป็นเรื่องของสายพันธุ์ ไก่ไทยเราถ้าเป็นตัวที่ครบจริงๆ มันไม่ความจำเป็นต้องเพิ่มเติมอะไรแล้ว ยกตัวอย่างเรื่องหาง ยาวแค่ศอกหรือแขนเดียวก็พอแล้ว ไม่เห็นความจำเป็นต้องยาวถึงสามศอกสี่ศอก แค่ปัจจุบันนี้ยังหาตัวที่ครบจริงๆยากเลย ไก่ไทยก็มีเอกลักษณ์ในตัวของมัน ใครเห็นก็จะรู้เลยว่านี่แหละของไทย ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไร คงไว้เป็นเอกลักษณ์ ใครที่ทำให้เลือดนิงได้และครบเครื่องจริงๆผมว่าถึงจุดสูงสุดแล้ว

ทำอย่างไรให้ไก่ไทยเป็นที่นิยม ทำออกมามันต้องมีตลาด จริงๆแล้วตลาดส่งออกก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันโดนกัน ส่งออกได้
กันอยู่เจ้าเดียว จะขายไก่ซักตัวต้องผ่านพ่อค้าก่อน ถ้าคนอย่างเราๆส่งออกกันได้ทุกคน ชาวบ้านสามารถขายกันได้เอง ขายไก่กันตัวละเป็นหมื่น ถามว่าคนจะไม่ลุกหือกันไปเลี้ยงไกไทยหรือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 16, 2012, 07:59:31 am โดย ซุ้มกรุงศรี by bundit » บันทึกการเข้า

ไก่ชนไทย มรดกไทย มรดกโลก ต้องอนุรักษ์
พระลอ Pralor
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 6459



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 09:43:19 am »

ปัญหาความอยู่รอดของไก่ไทยตอนนี้แคบลงมาอยู่ที่ทำอย่างไรคนเลี้ยงไก่ไทยไม่ว่าสวยไม่ว่าตีจะอยู่ได้มีเงินกะเค้าบ้าง ทำอย่างไร
บันทึกการเข้า

รอยรูปอินทรหยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม
แร็บบิท ซุ้มพระ ร.
Global Moderator
Hero Member
*****
กระทู้: 3983



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 09:56:40 am »

เรื่องนี้ไม่อยากออกความคิดเห็นเท่าไหร่  อย่างที่เคยบอกไว้ครับว่ามันไม่จบ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

เหมือนไก่สี ไก่ตี ไก่ฯลฯ  เค้าถกกันมาหลายชั่วโคตรแล้ว บัดนี้ก็ยังไม่จบ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

แล้วแต่ใครจะนิยามของตัวเอง คนเรามันก็เข้าข้างตัวเองทุกคน  ทำไปเถอะครับถ้ามันไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

เห็นเสือหมอบ อย่าเชื่อ ว่าเสือไหว้    เผลอเมื่อไร เสือกิน สิ้นทั้งขน
เป็นคนต้อง เกรงเยงยำ น้ำใจคน       เขาถ่อมตน อย่าเหมา ว่าเขากลัว
พระลอ Pralor
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 6459



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 10:03:23 am »

เห็นมามากแล้วส่งเสริมให้ชาวบ้านทำโน่นทำนี่ แต่ท้ายสุดไม่หาตลาดให้เขา มันเลยจบ
บันทึกการเข้า

รอยรูปอินทรหยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม
แร็บบิท ซุ้มพระ ร.
Global Moderator
Hero Member
*****
กระทู้: 3983



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 10:58:23 am »

ผมจะสมมุติตัวอย่างขึ้นมาเล่นๆนะครับ  กรณีเอาไก่เลือดผสม เช่นประดู่หางดำ ชม.  และเหลืองหางขาว กบ.  อย่างนี้ควรจะเรียกการอะไรดีครับ  ความหมายมันไม่จบหรอกครับมันหลายด้านมาก ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

 
บันทึกการเข้า

เห็นเสือหมอบ อย่าเชื่อ ว่าเสือไหว้    เผลอเมื่อไร เสือกิน สิ้นทั้งขน
เป็นคนต้อง เกรงเยงยำ น้ำใจคน       เขาถ่อมตน อย่าเหมา ว่าเขากลัว
พระลอ Pralor
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 6459



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 11:16:36 am »

มันก็แล้วแต่ความต้องการของคนผสมพัฒนา เช่นประดู่หางดำเชียงใหม่ เขาทำขึ้นเพื่อเศรษฐกิจ มันเลยมีเป้าหมายแบบนี้

- อายุ 12 สัปดาห์ น้ำหนักตัวเพศผู้ 1,273 -1,515 กรัม เพศเมีย 1,004 - 1,104  กรัม
- ประสิทธิภาพการใช้อาหาร (FCR) 3.2
- อัตราการตาย (Mortality) 1.5 %
- อายุเมื่อให้ไข่ฟองแรก 163  - 215 วัน
- ผลผลิตไข่ 95 - 175 ฟอง/แม่/ปี

ไก่พวกนี้คงจบลงที่ร้านข้าวมันไก่ ซึ่งผิดกับเป้าหมายของพวกเรา
บันทึกการเข้า

รอยรูปอินทรหยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม
Berm085-1376764
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 4882


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2012, 01:54:10 pm »

ไก่ผสมกับนกยูงจะหน้าตายังไงน๊ออออ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Design By simply sibyl And CreateAForum.com
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
?>